ทำไมสมองชอบคิดลบหลู่ ท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่อีกใจกลัว หลายคนไม่รู้คืออาการป่วย

ทำไมสมองชอบคิดลบหลู่ ท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่อีกใจกลัว หลายคนไม่รู้คืออาการป่วย

ทำไมสมองชอบคิดลบหลู่ ท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่อีกใจกลัว หลายคนไม่รู้คืออาการป่วย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมสมองชอบคิดลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท้าทายสิ่งลี้ลับ ทั้งที่อีกใจกลัว เพิ่งรู้มันคือภาวะทางจิตเวช 

เคยไหม? เวลาเดินผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จู่ ๆ สมองกลับผุดความคิดแปลก ๆ ที่ตรงข้ามกับความรู้สึกของตัวเอง เช่น คิดท้าทาย คิดลบหลู่ หรือมีถ้อยคำไม่เหมาะสมโผล่ขึ้นมาในหัว ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจคิดและไม่ได้อยากทำเช่นนั้นเลย

สำหรับบางคน ความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป แต่บางคนกลับรู้สึกกังวล รู้สึกผิด หรือพยายามห้ามความคิดดังกล่าวซ้ำ ๆ จนยิ่งคิดก็ยิ่งวนเวียนอยู่ในหัว ลักษณะเช่นนี้อาจพบได้ในผู้ที่มี โรคย้ำคิดย้ำทำ หรือ OCD (Obsessive-Compulsive Disorder) โดยเฉพาะความคิดแทรกซ้อนที่เจ้าตัวไม่ต้องการ หรือที่เรียกว่า “Intrusive thoughts”

Intrusive thoughts หรือ ความคิดแทรกซ้อน คือ ความคิด ภาพ หรือแรงกระตุ้นที่ไม่พึงประสงค์ ที่ผุดขึ้นมาในหัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ และมักจะขัดกับความรู้สึกหรือศีลธรรมของตัวเรา

ในกลุ่มคนที่เป็น OCD ความคิดย้ำคิดอาจเป็นสิ่งที่เจ้าตัวไม่ได้ต้องการและรู้สึกขัดแย้งกับความเชื่อหรือค่านิยมของตัวเองอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น เวลาเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วเกิดความคิดด่าทอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้น ก็จะทำการภาวนาขอขมาลาโทษในใจเพื่อลดความรู้สึกผิด (Mental Compulsion)

OCD คืออะไร?

โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) เป็นภาวะทางจิตเวชที่มีลักษณะสำคัญคือ อาการย้ำคิด (obsession) และ/หรือ อาการย้ำทำ (compulsion) โดยความคิด แรงกระตุ้น หรือภาพในจิตใจที่ไม่ต้องการอาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนสร้างความกังวลหรือความทุกข์ใจ ขณะที่บางคนจะตอบสนองด้วยพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ เพื่อพยายามลดความกังวลนั้น

2 ลักษณะสำคัญของ OCD

1. อาการย้ำคิด (Obsession)

เป็นความคิด แรงกระตุ้น ภาพ หรือจินตนาการที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยเจ้าตัวไม่ได้ต้องการให้เกิด และมักทำให้เกิดความกังวลหรือความไม่สบายใจ ตัวอย่างเช่น กลัวเชื้อโรคและสิ่งสกปรก กลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายเพราะตัวเองทำบางอย่างผิด หรือมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ ความรุนแรง ศาสนา หรือการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ต้องการคิด

ในบางกรณี เจ้าตัวอาจรู้ด้วยว่าความคิดเหล่านั้นไม่ได้สมเหตุสมผล แต่กลับไม่สามารถหยุดหรือปล่อยผ่านได้ง่าย ยิ่งพยายามห้ามคิด ความคิดก็อาจยิ่งกลับมา ทำให้เกิดความเครียดและความทุกข์ใจมากขึ้น

2. อาการย้ำทำ (Compulsion)

เป็นพฤติกรรมหรือการกระทำซ้ำ ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความย้ำคิด หรือเพื่อบรรเทาความกังวล เช่น ล้างมือซ้ำหลายครั้ง ตรวจประตูหรือเตาแก๊สซ้ำ ๆ นับตัวเลขบางอย่าง พูดหรือคิดคำบางคำซ้ำ ๆ หรือทำพิธีกรรมบางอย่างเพื่อให้รู้สึกว่าป้องกันเหตุร้ายได้ หรือ ภาวนาขอขมาลาโทษในใจเพื่อลดความรู้สึกผิด (Mental Compulsion)

สิ่งสำคัญคือ พฤติกรรมเหล่านี้มักใช้เวลามากและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เพราะผู้ป่วยรู้สึกว่าต้องทำ แม้บางครั้งจะรู้ว่าไม่ได้มีเหตุผลเพียงพอที่จะต้องทำซ้ำมากขนาดนั้น

ทำไมบางคนถึงมีความคิดลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องลี้ลับ?

ใน OCD ความคิดย้ำคิดสามารถเกิดขึ้นในหัวข้อที่เจ้าตัวให้ความสำคัญเป็นพิเศษได้ หากบุคคลหนึ่งให้ความเคารพต่อศาสนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือมีความเชื่อว่าตนเองต้องประพฤติตัวอย่างถูกต้อง ความคิดที่ตรงกันข้ามกับสิ่งเหล่านั้นก็อาจกลายเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น เมื่อเห็นพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาจมีคำหยาบหรือความคิดลบหลู่ผุดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นเจ้าตัวอาจรู้สึกผิดและพยายามทบทวนว่า “เมื่อกี้เราคิดอะไรไป” หรือพยายามลบความคิดนั้นออกจากหัว วงจรของความคิดและความกังวลอาจทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นสิ่งที่รบกวนชีวิตประจำวันได้

OCD เกิดจากอะไร?

สาเหตุของ OCD ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายด้าน ทั้งการทำงานของสมอง สารสื่อประสาท พันธุกรรม และปัจจัยด้านการเรียนรู้และพฤติกรรม โดยงานศึกษาพบความเกี่ยวข้องของวงจรสมองบางส่วนและระบบสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน กับโรคย้ำคิดย้ำทำ

ด้านพันธุกรรมก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน โดยพบว่า OCD สามารถพบในสมาชิกครอบครัวเดียวกันได้มากกว่าประชากรทั่วไป อย่างไรก็ตาม การมีสมาชิกในครอบครัวเป็น OCD ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดโรคตามมาเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

โรคย้ำคิดย้ำทำสามารถรักษาและควบคุมอาการได้ โดยแนวทางสำคัญ ได้แก่ การบำบัดทางจิตวิทยาและการใช้ยา ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงและลักษณะอาการของแต่ละคน

หนึ่งในวิธีบำบัดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) โดยเฉพาะเทคนิค Exposure and Response Prevention หรือ ERP ซึ่งให้ผู้ป่วยค่อย ๆ เผชิญกับสิ่งที่ทำให้เกิดความกังวล พร้อมฝึกไม่ทำพฤติกรรมย้ำทำตามที่เคยใช้เพื่อระงับความกังวล การบำบัดจะทำอย่างเป็นขั้นตอนและอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อระบบเซโรโทนิน เช่น Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) หรือยาบางชนิดตามความเหมาะสม ยาเหล่านี้ต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรหยุดยา ปรับขนาดยา หรือซื้อรับประทานเอง

สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกอื่นเป็นรายกรณี โดยการรักษาเหล่านี้จำเป็นต้องประเมินอย่างละเอียดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

ถ้ามีความคิดแปลก ๆ ผุดขึ้นมา ต้องทำอย่างไร?

การมีความคิดไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าเป็น OCD ทุกคน เพราะมนุษย์สามารถมีความคิดแปลก ๆ หรือความคิดที่ไม่ต้องการได้เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ควรสังเกตคือความคิดเหล่านั้นเกิดบ่อยจนรบกวนชีวิตหรือไม่ ทำให้เกิดความทุกข์ใจมากหรือไม่ และมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ เพื่อระงับความกังวลตามมาหรือไม่

หากพบว่าความคิดเหล่านี้วนเวียนจนใช้ชีวิตลำบาก เสียเวลาไปกับการตรวจสอบหรือทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ หรือทำให้เกิดความทุกข์ใจอย่างมาก ควรพูดคุยกับจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อประเมินอาการอย่างเหมาะสม เพราะ ความคิดที่เราไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าเราเป็นคนแบบไหน และ OCD เป็นภาวะที่มีแนวทางการรักษา

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล